REHABILITATION CENTER ศูนย์กายภาพสัตว์เลี้ยง
 
Pet Rehabilitation Center
     ศูนย์กายภาพสัตว์เลี้ยง ทางเลือกใหม่ ในการักษาพยาบาลสัตว์ป่วย โดยเฉพาะสัตว์ที่มีปัญหาโรคกระดูก และข้อหรือสัตว์ป่วยที่มีปัญหาด้านการบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง ที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข รวมทั้งในรายที่เจ้าของต้องการ เสริมสร้างสุขภาพและความแข็งแรงให้กับสัตว์เลี้ยง (Pet Fitness) ด้วยวิธีการการออกกำลังกายและลดน้ำหนักและสปาสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อดูแลสุขภาพผิวหนังและร่างกายแบบองค์รวม เป็นการปฏิบัติบำรุง สภาพผิวหนังและเส้นขนของสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหา ให้กลับมามีสุขภาพที่ดี ที่ใช้การบำบัดโดยการขัด ถู นวด อบตามหลักวิชาการเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมี สุขภาพองค์รวมที่มีความสุข ภายใต้การควบคุมดูแลของนายสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ Vet Technician ที่มีประสบการณ์สูง
 
ข้อบ่งใช้ในการกายภาพบำบัดในสัตว์เลี้ยงมีดังต่อไปนี้
  1.  ลดปวด
  2.  ลดการอักเสบ
  3.  ลดอาการบวม
  4.  เพิ่มพิสัยข้อให้เป็นปกติ ( range of motion)
  5.  เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ( muscle strength )
  6.  สัตว์ที่มีปัญหาการทรงตัว ( reduce balance and proprioception )
  7.  สัตว์ที่มีปัญหาการใช้งานบกพร่อง ( reduce function )
  8.  สัตว์ป่วยที่มีปัญหาการใช้ขารับน้ำหนักตัวบกพร่อง ( poor gait )
  9.  สัตว์ป่วยที่มีปัญหา Hypertonicity / hypotonicity ของระบบประสาท
  10.  สัตว์ป่วยที่มีปัญหาอัมพาต
  11.  สัตว์ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้อ spasm หรือ contraction
  12.  สัตว์ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัวลุก นั่ง ยืน และเคลื่อนไหวลำบาก ( enforced or inevitable immobility / recumbency ) เช่น สุนัขอายุมาก และสุนัขที่เป็นโรคอ้วน
 
วิธีการกายภาพบำบัดในสัตว์เลี้ยงประกอบด้วย

• ไฟฟ้าบำบัด ( electrotherapy ) 
ในทางกายภาพบำบัดมีด้วยกัน 2 ประเภทคือ
   1. Electrical Stimulation for Pain Control เป็นการกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อควบคุมความเจ็บปวดในตำแหน่งที่มีการกระตุ้น โดยอาศัยหลักการของ Gate control theory of pain และการเกิด endogenous opioid
   2. Neuromuscular Electrical Stimulation ( NMES ) เป็นการกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อลีบแบบ disuse atrophy และนอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ ( re education ) ของเส้นประสาทส่วนปลายที่มีการกระตุ้นอีกด้วย
 
• การเลเซอร์เพื่อการรักษา ( Laser Therapy )
เป็นการใช้การทำงานของคลื่นแสง ที่เหมาะสมมากระตุ้น mitochrondia และเกิดพลังงานขึ้นภายในเซลล์ ทำให้เซลล์นั้นๆ เกิดการซ่อมแซมตัวเอง ข้อดีของเลเซอร์เมื่อเทียบกับการนวดอัลตราซาวน์แล้ว เลเซอร์เหมาะกับเนื้อเยื่อที่อยู่ผิวๆ ไม่ลึก ข้อต่อขนาดเล็กที่มีเนื้อเยื่อไม่มาก และเหมาะกับการอักเสบทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง
 
ความเย็นบำบัด ( Therapeutic Cold ) 
     ถือว่าเป็นการกายภาพบำบัดที่เหมาะสมกับภาวะการอักเสบแบบเฉียบพลันมากที่สุด เนื่องจากการบำบัดด้วยความเย็นจะลดปฏิกิริยาการอักเสบที่จะเกิดขึ้นต่อไป ลดบวม และลดอาการเจ็บปวด การบำบัดด้วยความเย็นควรทำภายใน 72 ชั่วโมงภายหลังจากได้รับการบาดเจ็บ
 
ความร้อนบำบัด ( Therapeutic Heat )
     เป็นการบำบัดที่เหมาะสมกับสภาวะการอักเสบแบบเรื้อรัง เนื่องจากความร้อนบำบัดจะไปทำให้บริเวณที่ได้รับความร้อนบำบำ มีการขยายตัวของหลอดเลือด มีการนำกระแสประสาทที่ดีขึ้น มีการทำงานของเอมไซม์และการเมตาบอลิซึ่มที่ดีขึ้น มีการยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ และเป็นการลดปวดในภาวะเรื้อรังได้เป็นอย่างดี แต่การบำบัดด้วยความร้อนจะไม่เหมาะสมกับการอักเสบแบบเฉียบพลันโดยสิ้นเชิง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบ การเจ็บปวด ร้อน แดง และบวม ในภาวะที่มีการอักเสบแบบเฉียบพลันรุนแรงมากขึ้น
 
การนวดอัลตราซาวน์ ( Therapeutic Ultrasound )
     เป็นการกายภาพบำบัดที่ใช้หลักการของคลื่นเสียงความถี่สูง มาเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนในร่างกายสัตว์ ดังนั้นการนวดอัลตราซาวน์ ถือว่าเป็นการบำบัดด้วยความร้อนชนิดหนึ่ง แต่ให้ผลกับเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง 2 - 4 เซนติเมตร ซึ่งจะได้ประโยชน์กว่าการประคบร้อนทั่วไป ที่ให้ผลกับเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น
 
ธาราบำบัด  ( Hydrotherapy ) 
     เป็นการกายภาพบำบัดที่ใช้คุณสมบัติต่างๆ ของน้ำมาช่วยในการเคลื่อนไหวของตัวสัตว์ ทำให้สัตว์ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีความผิดปกติของระบบประสาทเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระได้มากขึ้น มีการงอและยืดข้อต่อได้มากขึ้นในน้ำ และยังมีแรงกระทำต่อข้อต่อน้อยกว่าการออกกำลังกายบนบก หรือที่เรียกว่า  Low impact exercise ทำให้ไม่เกิดความเจ็บปวด และความเสียหายต่อข้อต่อขณะบำบัด ดังนั้นในปัจจุบันการกายภาพบำบัดด้วยวิธีนี้จึงเป็นที่นิยม และมีหลากหลายวิธี เช่น การว่ายน้ำ และ Under Water Treadmill  ( UWTM )
 
การออกกำลังกายเพื่อการรักษา ( Therapeutic Exercise )
     มีด้วยกันหลากหลายวิธี ตั้งแต่การออกกำลังกายด้วยการยืนอยู่กับที่ มีการเคลื่อนไหวน้อยๆ ไปจนถึงการออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวด้วยตัวเองอิสระ หรือมีอุปกรณ์เสริมในการออกกำลังกาย หน้าที่ของผู้ให้การบำบัด คือ หาวิธีการออกกำลังกายเพื่อการรักษา ให้เหมาะกับตัวสัตว์ ชนิดของการเจ็บป่วย ระยะการหายของการเจ็บป่วย และกล้ามเนื้อเป้าหมายที่ต้องการบำบัด เพราะเนื่องจากถ้ามีการออกกำลังกายเพื่อการรักษาในวิธีและระยะเวลาที่ไม่เหมาะสมแล้ว อาจทำให้เกิดผลเสีย เช่น เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันหรืออาการปวดขึ้นมาใหม่ ต้องหยุดการกายภาพบำบัดขั้นต่อไป หรือรบกวนการหายของสัตว์ เช่น การกายภาพบำบัดภายหลังการแก้ไขกระดูกหัก การออกกำลังกายที่เร็วเกินไป อาจทำให้กระดูกไม่ติด เป็นต้น
 
ข้อควรระวังและพิจารณาก่อนการออกกำลังกาย
  1.    ควรมีการประเมิน Performance level / Fitness level ของสัตว์ป่วยก่อนการออกกำลังกาย
  2.    ชนิดของการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวสัตว์
  3.    โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด
  4.    โรคทางระบบทางเดินหายใจ
  5.    สุนัขสายพันธ์ brachiocephalic breed
  6.    สัตว์ป่วยโรคเบาหวาน
  7.    สัตว์ป่วยโรคลมชัก
  8.    สัตว์ป่วยโรคข้อเสื่อมรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบ impact exercise
  9.    สัตว์ป่วยอายุมาก
  10.  ขนาดตัวของสุนัข
 
ชนิดของการออกกำลังกาย
       
1. Assisted Standing Exercise  เป็นการยืนออกกำลังกายอยู่กับที่ เป็นการออกกำลังกายที่ควรฝึกก่อนเป็นอันดับแรก ควรยืนให้มั่นคงก่อนที่จะมีการออกกำลังกายในลำดับต่อไป การฝึกยืนมีด้วยกัน 3 ระดับคือ
   •  Maximal Assisted Standing โดยการยืนแบบนี้ต้องช่วยพยุงรับน้ำหนักตัวสัตว์ 75 – 100 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวสัตว์ ใช้ในกรณีที่สัตว์ป่วยอ่อนแรงมาก หรือในกรณีไม่อยากให้สัตว์ป่วยใช้ขารับน้ำหนักในกรณีการหายของขายังไม่ปกติ
   •  Active Assisted Standing โดยการยืนแบบนี้ต้องช่วยพยุงรับน้ำหนักสัตว์น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวสัตว์ สามารถใช้อุปกรณ์เสริมเช่น Canine cart หรือ Exercise ball ช่วยในการประคองตัวสัตว์ได้
   •  Stand by Assisted Standing โดยการยืนแบบนี้ไม่ต้องการการช่วยพยุงรับน้ำหนักตัวสัตว์ เป็นการยืนโดยตัวของสัตว์ป่วยเอง

2. Proprioceptive Training  เป็นการออกกำลังกายแบบอยู่กับที่ เป็นการสอนให้สัตว์ป่วยมีการทรงตัวที่ดี และมุ่งเน้นให้สัตว์ใช้ขาข้างที่ไม่มีการ
รับน้ำหนักมากขึ้น

3. Dynamic Ambulation Activities เป็นการออกกำลังกายแบบเคลื่อนที่โดยมีคนหรืออุปกรณ์ในการพยุงรับน้ำหนักตัวสัตว์ เช่น
   •  Assisted Ambulation โดยใช้ผ้าคล้องเอว สายรัด หรือล้อเลื่อนสำหรับสัตว์พิการ ( Canine Carts )
   •  Walking Sling
   •  Tail Walking

4. Independent Ambulation  การออกกำลังกายแบบเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง ไม่มีคนหรืออุปกรณ์ช่วยพยุงรับน้ำหนักตัวสัตว์ เช่น
   •  Leash Walking
   •  Inclines and Decline Walking
   •  Stair Climbing
   •  Treadmill Walking
 
 
     



 

Copyright by npw-animalhospital.org
Engine by MAKEWEBEASY